ช้างแดง 95 50g ซอง (ไวท๊อกโอโมน)[2,4-ดี-โซเดียม] ลัง×200
สารกำจัดวัชพืชใบกว้างและกก — ออกฤทธิ์ดูดซึม กำจัดวัชพืชในนาข้าว อ้อย ข้าวโพด ยางพารา และพื้นที่ทั่วไป
ช้างแดง 95 (ไวท๊อกซ์โอโมน) เป็นสารกำจัดวัชพืชชนิดดูดซึมในกลุ่มฟีนอกซีคาร์บอกซิลิก แอซิด (Phenoxycarboxylic acid) โดยมีชื่อสามัญคือ 2,4-ดี-โซเดียมซอลต์ 95% SP. สารนี้จะออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนพืช (ออกซิน) ทำให้วัชพืชใบกว้างและกกมีการเจริญเติบโตผิดปกติและตายในที่สุด โดยจะถูกดูดซึมเข้าทางใบและเคลื่อนย้ายไปสู่ส่วนต่างๆ ของวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว.
พืชที่ใช้ได้
นาข้าว | อ้อย | ข้าวโพด | ยางพารา | พื้นที่ที่ไม่ได้ทำการเกษตร
พืชที่ห้ามใช้
พืชใบเลี้ยงคู่ทุกชนิด (เช่น พืชผักสวนครัว พืชตระกูลถั่ว ไม้ดอก ไม้ประดับ) เนื่องจากเป็นสารที่กำจัดวัชพืชใบกว้างโดยเฉพาะ อาจทำให้พืชปลูกเสียหายได้
ช่วงเวลาที่เหมาะ
- ดีที่สุด: พ่นหลังวัชพืชงอก (post-emergence) ขณะวัชพืชมีขนาด 2-4 ใบ หรือสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร. ในนาข้าวหว่านน้ำตม ควรพ่นเมื่อข้าวอายุ 15-20 วันหลังหว่าน
- ยังพอได้: ในนาข้าวนาดำ สามารถพ่นได้ 4-6 สัปดาห์หลังปักดำ
- ห้าม: ห้ามพ่นในขณะพืชปลูกออกดอก หรือกำลังจะออกดอก เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเสียหายกับผลผลิตได้
วัชพืชที่กำจัดได้
- วัชพืชประเภทใบกว้าง: ผักตบชวา | จอก | แหน | สาบเสือ | ผักบุ้ง | สะเดาดิน | ผักปอดนา | ตาลปัตรฤาษี | เทียนนา | ผักเบี้ยหิน | ผักโคกกระสุน | หญ้ายาง | ผักโขม | เครือ สะอึก
- วัชพืชประเภทกก: กกขนาก | กกทราย | หนวดปลาดุก | แห้วหมู
อัตราผสมและการใช้
| พืช/บริเวณ | อัตราสาร (ไวท๊อกซ์โอโมน 95%) | น้ำ (ลิตร) | พื้นที่ |
|---|---|---|---|
| ข้าวนาหว่านน้ำตม | 125 กรัม | 60-80 | 1 ไร่ |
| ข้าวนาหว่านน้ำตม | 35 กรัม | 15-20 | 1 งาน |
| อ้อย, ข้าวโพด, ยางพารา, พื้นที่ทั่วไป | 160-240 กรัม | 60-80 | 1 ไร่ |
| อ้อย, ข้าวโพด, ยางพารา, พื้นที่ทั่วไป | 30-40 กรัม | 20 | 1 งาน |
ก่อนพ่นสารในนาข้าว ควรระบายน้ำออกจากแปลงนา และทดน้ำเข้านาอีกครั้ง 2-3 วันหลังพ่นสาร. ควรพ่นให้ทั่วถึง และระมัดระวังอย่าให้ละอองสารปลิวไปถูกพืชปลูกอื่นที่ไม่ใช่พืชเป้าหมาย.
1 ซอง (50 กรัม) ใช้ได้กี่ไร่
ข้าวนาหว่านน้ำตม: 0.4 ไร่ | อ้อย, ข้าวโพด, ยางพารา, พื้นที่ทั่วไป: 0.2 – 0.3 ไร่
ข้อควรระวัง
- ควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดก่อนการใช้งานทุกครั้ง ไม่ควรใช้อัตราเกินที่กำหนด
- ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าบู๊ทยาง ถุงมือยาง แว่นตา และหน้ากากป้องกันสารเคมี ให้มิดชิดขณะผสมและฉีดพ่นสาร
- ไม่ควรสูบบุหรี่ ดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารขณะใช้สารเคมี
- ควรพ่นสารในตอนเช้าหรือตอนเย็นที่ไม่มีลมแรง เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองสาร
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับสารเคมี เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตาและผิวหนังอย่างรุนแรง และอาจซึมเข้าสู่ร่างกายได้ หากสูดดมเข้าไปนานๆ อาจมีอาการไอ วิงเวียนศีรษะ และเป็นอันตรายต่อตับในระยะยาว
- เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร
-
แบรนด์
-
Packaging





