Skip to Content

ยากันรา (ยาเชื้อรา) เลือกตัวไหนดี? แยกตามโรค + กลุ่มกันดื้อยา พร้อมราคา

เช็คก่อนว่าเป็นเชื้อราจริงไหม แล้วเลือกยากันก่อน/ยาดูดซึม จับคู่โรคกับสาร+กลุ่ม FRAC พร้อมสินค้าและราคาล่าสุด
25 มิถุนายน ค.ศ. 2026 โดย

ยากันรา (ยาเชื้อรา) ในร้านมีหลายสิบยี่ห้อ แต่ก่อนจะเลือกตัวไหน ให้เริ่มจากคำถามสำคัญที่สุดก่อน — โรคที่เป็นอยู่ เกิดจากเชื้อราจริงหรือเปล่า ตอบผิดข้อนี้ พ่นยาแพงแค่ไหนก็ไม่หาย บทความนี้ร้านไล้พานิช (ดูแลเกษตรกรพิษณุโลกมา 60 ปี) สรุปวิธีเลือกเป็น 3 ด่าน พร้อมราคาสินค้าล่าสุด

ด่านแรก — โรคนี้เกิดจาก "เชื้อรา" จริงไหม

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ "พ่นยากันราแล้วโรคไม่หาย" เพราะ ยากันราฆ่าได้แค่เชื้อรา ถ้าโรคเกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัส พ่นไปก็เสียเงินฟรี:

สาเหตุสังเกตจากยากันราเอาอยู่ไหม
เชื้อรามีแผลจุด/ราขาว/ผงสปอร์ ลามตามความชื้น ใบไหม้เป็นวง✅ ใช่ — ใช้ยากันราตามตารางด้านล่าง
แบคทีเรียแผลฉ่ำน้ำ เน่าเละ มีเมือก เหี่ยวทั้งต้นแบบสด (เช่น เหี่ยวเขียว แคงเกอร์ เน่าเละ)⚠️ ยากันราทั่วไปไม่หาย — ใช้ได้แค่ทองแดง/คาซูกาไมซิน "ชะลอ" + ตัดแต่ง
ไวรัส / ไฟโตพลาสมาใบด่าง ใบหงิก ใบเหลืองทั้งต้น แคระแกร็น (เช่น ใบด่าง ใบหงิกเหลือง กรีนนิ่ง)❌ ไม่มียารักษา — ต้องถอนทำลาย + คุมแมลงพาหะ (เพลี้ย)

ไม่แน่ใจว่าโรคเกิดจากอะไร — ถ่ายรูปใบ/ต้นที่เป็นโรค ทักมาถามได้เลย ทีมงานช่วยดูให้ก่อนซื้อยา

ด่านสอง — "ยากันก่อน" หรือ "ยาดูดซึมรักษา"

ยากันรามี 2 แบบ ใช้คนละจังหวะ ใช้ให้ถูกแบบช่วยทั้งประหยัดและกันดื้อยา:

ยาสัมผัส (กันไว้ก่อน)ยาดูดซึม (รักษา)
ออกฤทธิ์เคลือบผิวใบ กันสปอร์งอกซึมเข้าต้น หยุดเชื้อที่ลามอยู่
ใช้เมื่อช่วงเสี่ยง/ฝนชุก ก่อนเป็นโรคเริ่มเห็นอาการแล้ว
ตัวอย่างสารแมนโคเซบ · โพรพิเนบ · ทองแดง · ซัลเฟอร์ (กลุ่ม M)กลุ่มเอโซล (3) · สโตรบิลูริน (11) · คาร์เบนดาซิม (1)
ดื้อยา🟢 เสี่ยงต่ำ ใช้ซ้ำได้🔴 เสี่ยงสูง ต้องสลับกลุ่ม

เลขในวงเล็บ = กลุ่มสาร (FRAC) ใช้ดูเวลาสลับยา — ยาดูดซึมกลุ่มเดิมห้ามใช้ซ้ำทุกครั้ง ไม่งั้นเชื้อราดื้อ พ่นเท่าไรก็ไม่ตาย วิธีกันคือสลับเลขกลุ่มไปเรื่อย ๆ หรือผสมยาสัมผัส (กลุ่ม M) คู่กัน

จังหวะพ่น — ยากันรา "พ่นก่อน" ได้ผลกว่า "พ่นตาม" เสมอ

เชื้อราต่างจากแมลงตรงที่มองไม่เห็นตอนเริ่ม — พอเห็นจุดบนใบ เชื้อลงไปในเนื้อใบแล้ว ยาที่ดีที่สุดคือยาที่พ่นตอนยังไม่มีอาการ

0
อากาศชื้น/ฝนติดกัน
ยังไม่มีอาการ — พ่นยาสัมผัสกันไว้
1
เห็นจุดแรก
เปลี่ยนเป็นยาดูดซึม คุมที่เริ่มลุกลาม
2
ลามหลายต้น
ยาดูดซึมสลับกลุ่ม + เก็บใบเป็นโรคทิ้ง
3
ลามทั้งแปลง
ยาเอาไม่อยู่แล้ว — ตัดขาดทุน วางแผนรอบหน้า

ยาสัมผัส (แมนโคเซบ ไทแรม กลุ่ม M) = เคลือบผิวใบกันเชื้อเข้า ต้องพ่นก่อน · ยาดูดซึม (ไตรอะโซล กลุ่ม 3 · สโตรบิลูริน กลุ่ม 11) = ซึมเข้าต้น คุมเชื้อที่เข้าไปแล้วได้บางส่วน

✅ เช็คก่อนพ่นยากันรา ให้คุ้มค่ายา
  • แน่ใจก่อนว่าเป็นเชื้อรา — แบคทีเรีย (แคงเกอร์ ขอบใบแห้ง เน่าเละ) ต้องใช้ทองแดง/คาซูกาไมซิน ส่วนไวรัส (ใบด่าง หงิก) ไม่มียารักษา ต้องคุมแมลงพาหะแทน
  • พ่นให้โดนใต้ใบ — สปอร์เชื้อราส่วนใหญ่เกาะใต้ใบ พ่นแต่หน้าใบ = เชื้อรอด
  • สลับกลุ่มยา ห้ามใช้กลุ่มเดิมซ้ำทุกรุ่น — ดูรหัสกลุ่ม (FRAC) บนฉลาก กลุ่ม 11 กับกลุ่ม 3 ดื้อยาง่ายเป็นพิเศษ ต้องหมุนสลับ
  • ฝนตกหลังพ่น = ยาสัมผัสต้องพ่นซ้ำ (ฝนชะออกได้) ส่วนยาดูดซึมทนฝนกว่าเพราะซึมเข้าต้นแล้ว
  • อย่ารอจนลาม — ต้นที่เป็นหนักแล้วพ่นยาก็ไม่คืนสภาพ ยาแค่หยุดไม่ให้ลามไปต้นข้าง ๆ
  • เก็บใบ/ผลเป็นโรคออกจากแปลง ก่อนพ่น — ลดแหล่งสปอร์ ยาทำงานเบาลง

อัตราและระยะก่อนเก็บเกี่ยวต่างกันตามสาร — ยึดฉลากขวดที่ใช้จริงเสมอ

ด่านสาม — เลือกยาตามกลุ่มอาการ + ราคาล่าสุด

จับคู่โรคที่พบบ่อยกับสารที่ใช้ได้ผล (พร้อมกลุ่ม FRAC สำหรับสลับกันดื้อยา) — ราคาอัปเดตล่าสุดจากร้าน:

โรคใบทั่วไป · ใบจุด ใบไหม้ ราสนิม ราน้ำค้าง (ผัก-พืชไร่-ไม้ผล)

โรคข้าว · ไหม้/ไหม้คอรวง + กาบใบแห้ง

แอนแทรคโนส (กุ้งแห้ง) · ราแป้ง — มะม่วง พริก ไม้ผล

รากเน่า โคนเน่า เน่าคอดิน · โรคในดิน (พริก มะเขือ ทุเรียน กล้าผัก)

อัตราใช้สินค้าเด่น (ตามฉลากผลิตภัณฑ์)

สินค้า (สาร)พืช/โรคอัตราพ่นซ้ำ / ระยะปลอดภัย
แอ็กโซน [ไดฟีโนฯ+โพรพิโคฯ]โรคใบทั่วไป (ฉีดพ่น)20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร (≈1 ไร่)พ่นเมื่อเริ่มพบอาการ เช้า/เย็น
ออติวา [อะซอกซีฯ+ไดฟีโนฯ]นาข้าว (เมล็ดด่าง/ใบจุดน้ำตาล) · ข้าวโพด (ใบไหม้แผลใหญ่) · ทุเรียน (ใบติด)10 ซีซี / น้ำ 20 ลิตรพ่นซ้ำทุก 7 วัน เมื่อพบระบาด
บาอาโน่ [ไตรไซคลาโซล]ไหม้ข้าว / ไหม้คอรวง10 กรัม / น้ำ 20 ลิตรพ่นซ้ำ 7–10 วัน · หยุดพ่น 21 วันก่อนเก็บเกี่ยว
มาเฟอร์ [แมนโคเซบ]กันก่อนโรคใบ (สัมผัส พ่นให้ชุ่ม)50–60 กรัม / น้ำ 20 ลิตรพ่นทุก 7–10 วัน · ดูระยะปลอดภัยบนฉลาก
เทอร์ราคลอร์ ซุปเปอร์เอ็กซ์ [ควินโตซีน+อีไตรไดอะโซล]กล้าเน่า / รากเน่าในดิน (รดดิน ไม่ใช่พ่นใบ)กล้า 50–100 มล. / น้ำ 20 ลิตร/ตร.ม. · ไม้ผล 100–200 มล. / น้ำ 20 ลิตร/ต้นใช้ป้องกันก่อนเกิดโรค หรือเมื่อเริ่มพบอาการ

อัตราข้างต้นเป็นค่าตามฉลากผลิตภัณฑ์สำหรับพืช/โรคที่ระบุ — พืชและโรคอื่นโปรดอ่านฉลากเต็มก่อนใช้ หรือสอบถามทีมงาน

โรคจากแบคทีเรีย · แคงเกอร์ ขอบใบแห้ง เน่าเละ

⚠️ โรคกลุ่มนี้เกิดจากแบคทีเรีย ไม่ใช่เชื้อรา — ยา 2 ตัวนี้ช่วยแค่ชะลอ ไม่หายขาด ต้องทำควบคู่กับตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย ลดปุ๋ยไนโตรเจน และใช้พันธุ์ต้านทาน

หมายเหตุข้าว: ขอบใบแห้งในนาข้าวเป็นโรคแบคทีเรีย ยากันราไม่หาย ใช้ได้แค่ชะลอ + ระบายน้ำ ลดปุ๋ยไนโตรเจน · กำลังดูเรื่องวัชพืชในนาด้วยใช่ไหม อ่านต่อ ยาฆ่าหญ้านาข้าว ใช้ตัวไหนดี

กันดื้อยา — กฎ 3 ข้อ

  • สลับกลุ่ม FRAC — อย่าใช้ยาดูดซึมเลขกลุ่มเดิมซ้ำทุกครั้ง สลับเลขไปเรื่อย ๆ
  • กันก่อนดีกว่าแก้ — ช่วงฝนชุก/อากาศชื้น พ่นยาสัมผัส (กลุ่ม M) กันไว้ ถูกกว่าและไม่ดื้อ
  • พ่นให้ทั่ว-ถูกเวลา — พ่นใต้ใบด้วย เช้า/เย็นลมสงบ และอย่าพ่นก่อนฝนตก

ดูสินค้ายากันรา

ข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป — ก่อนใช้ทุกครั้งโปรดอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ หากไม่แน่ใจปรึกษาเจ้าหน้าที่ร้านหรือนักวิชาการเกษตร

คำถามที่พบบ่อย

พ่นยากันราแล้วโรคไม่หายเพราะอะไร?

อาจเพราะโรคไม่ได้เกิดจากเชื้อรา — ถ้าเป็นแบคทีเรียหรือไวรัส ยากันราเอาไม่อยู่ ต้องดูอาการให้ถูกก่อน

ยากันก่อน (สัมผัส) กับยาดูดซึม (รักษา) ต่างกันยังไง?

ยาสัมผัสเคลือบผิวใบกันสปอร์งอก ใช้ช่วงเสี่ยง/ฝนชุกก่อนเป็นโรค; ยาดูดซึมซึมเข้าต้นหยุดเชื้อที่ลามอยู่แล้ว

ทำไมต้องสลับกลุ่มยากันรา?

ถ้าใช้ยาดูดซึมกลุ่มเดิมซ้ำๆ เชื้อราจะดื้อยา พ่นเท่าไรก็ไม่ตาย ต้องสลับกลุ่ม FRAC ไปเรื่อยๆ

โรคจากแบคทีเรียในพืชรักษายังไง?

ยากันราทั่วไปไม่หาย ใช้ได้แค่สารทองแดงหรือคาซูกาไมซินช่วยชะลอ ร่วมกับตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย และใช้พันธุ์ต้านทาน

ยาฆ่าหญ้านาข้าว ใช้ตัวไหนดี? เลือกตามช่วงพ่น + ชนิดวัชพืช พร้อมราคา
คู่มือเลือกยาคุม/ยาฆ่าหญ้าในนาข้าว — เตรียมดิน · ก่อนงอก · หลังงอก จับคู่สาร+กลุ่มกันดื้อยา พร้อมสินค้าและราคาล่าสุด