-
แบรนด์
-
ประเภทสูตร
-
การบรรจุหีบห่อ
-450.00 ฿
/กล่อง
ถามราคายกลัง / ของมีไหม → ทัก LINE
บูโพรเฟซิน + ไอโซโพรคาร์บ — สารผสมกำจัดเพลี้ยกระโดดข้าว ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
กันดื้อยา: บูโพรเฟซิน — IRAC กลุ่ม 16 · ไอโซโพรคาร์บ — IRAC กลุ่ม 1A · สลับไปใช้ยาต่างกลุ่มเมื่อพ่นซ้ำ
สูตรผสมระหว่างบูโพรเฟซิน (Buprofezin) และไอโซโพรคาร์บ (Isoprocarb / BPMC) ให้ประสิทธิภาพครอบคลุมทุกระยะของเพลี้ยกระโดด บูโพรเฟซินเป็นสาร IGR (กลุ่ม 16) ยับยั้งการสังเคราะห์ไคตินในตัวอ่อน ทำให้ลอกคราบไม่ได้ ออกฤทธิ์ยาวนาน ไอโซโพรคาร์บเป็น carbamate ยับยั้ง cholinesterase ออกฤทธิ์เร็วต่อตัวเต็มวัย ทั้งสองออกฤทธิ์เสริมกันทำให้ควบคุมประชากรได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
แมลงที่กำจัดได้
- เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (BPH): ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
- เพลี้ยกระโดดหลังขาว (WBPH): ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
- เพลี้ยจักจั่น: Leafhopper ในนาข้าว
พืชที่ใช้ได้
ข้าว
อัตราผสมและการใช้
| พืช | อัตราสาร ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ถัง) | น้ำที่ใช้ต่อไร่ | ใช้กับ |
|---|---|---|---|
| ข้าว | 40 กรัม | 40 ลิตร/ไร่ (ข้าวอายุไม่เกิน 40 วัน) หรือ 60 ลิตร/ไร่ (ข้าวอายุเกิน 40 วัน) | เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล |
พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าว มากกว่า 10 ตัวต่อ 10 ต้น
อ่านอัตราให้ถูกหน่วย: ตัวเลขในตารางคือปริมาณสารต่อน้ำ 1 ถัง (20 ลิตร) ไม่ใช่ต่อไร่ — พ่น 1 ไร่ ใช้น้ำหลายถัง
1 หน่วยบรรจุ (1 กก.) ใช้ได้ประมาณเท่าไหร่
ข้าว ที่ 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ถัง) และใช้น้ำ 40-60 ลิตร/ไร่: 25 ถัง หรือ 8.3-12 ไร่
คำนวณจากอัตราในตารางด้านบนโดยตรง — ยังไม่เผื่อการพ่นซ้ำ และสารที่เหลือค้างในถัง ควรซื้อเผื่อไว้
ใช้ให้ได้ผล
- ยาสัมผัส — ออกฤทธิ์เมื่อโดนตัวแมลง ต้องพ่นให้ทั่วโดนตัว/ทั่วทรงพุ่ม · ออกฤทธิ์ไว แต่ฝนชะได้ ถ้าฝนตกหลังพ่นควรพ่นซ้ำ
- เหมาะที่สุด: พ่นเมื่อพบเพลี้ยกระโดดระยะตัวอ่อน หรือประชากรเพลี้ยเริ่มสูง (นับ >5 ตัว/ต้น)
- ไม่แนะนำ: พ่นสม่ำเสมอโดยไม่จำเป็น — ทำลายแมลงมีประโยชน์และเสี่ยง resurgence
ข้อควรระวัง
- พ่นให้ถูกบริเวณโคนต้นข้าว ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพลี้ยกระโดด
- มีพิษสูงต่อปลาและสัตว์น้ำ — ห้ามให้น้ำไหลลงนาปลา บ่อกุ้ง
- หมุนเวียนกับสารต่าง mode เพื่อป้องกัน BPH resistance ซึ่งเกิดได้ง่าย
- สวมถุงมือและแว่นตาขณะผสมและพ่น
