-
แบรนด์
-
ประเภทสูตร
-
การบรรจุหีบห่อ
-450.00 ฿
/แกลลอน
ถามราคายกลัง / ของมีไหม → ทัก LINE
กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม — สารกำจัดวัชพืชสัมผัสออกฤทธิ์เร็ว ไม่เลือก ปลอดภัยกว่าพาราควอต
กันดื้อยา: กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม — HRAC กลุ่ม H · ควรหมุนเวียนสลับกับสารต่างกลุ่มเป็นรอบ ไม่ใช้กลุ่มเดิมซ้ำติดต่อกัน เพื่อชะลอการดื้อยา · สลับไปใช้ยาต่างกลุ่มเมื่อพ่นซ้ำ
ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ glutamine synthetase ทำให้แอมโมเนียสะสมจนเป็นพิษต่อเซลล์พืช ดูดซึมผ่านใบ ออกฤทธิ์ภายใน 2–5 วัน ไม่ลำเลียงไปยังราก (contact herbicide) ดังนั้นวัชพืชข้ามปีอาจงอกซ้ำได้ สลายตัวเร็วในดิน ปลอดภัยกว่าพาราควอต
วัชพืชที่กำจัดได้
- หญ้าใบแคบทุกชนิด: หญ้าคา, หญ้าแพรก, หญ้าตีนกา, หญ้าขน
- ใบกว้าง: ผักต่างๆ, ไม้พุ่มขนาดเล็ก
- หมายเหตุ: กำจัดได้เร็วแต่ไม่ถึงราก — วัชพืชข้ามปีงอกซ้ำได้
พืชที่ใช้ได้ (กำจัดวัชพืชก่อนปลูก/ระหว่างแถว)
ฉลากขวดนี้ระบุไว้ (มีอัตราในตารางด้านล่าง): มะม่วง
พืชอื่นที่พบการใช้สารชนิดนี้ — ยังไม่ได้ยืนยันกับฉลากขวดนี้: ยางพารา | ปาล์มน้ำมัน | ไม้ผล | สวนผลไม้ | พื้นที่ว่าง | ร่องสวน
พืชที่ไม่แนะนำ
- สารนี้ไม่เลือกทำลาย — อย่าพ่นถูกพืชหลัก ระวัง drift มาก
อัตราผสมและการใช้
| พืช | อัตราสาร | ผสมน้ำ | พ่นได้พื้นที่ | ใช้กับ |
|---|---|---|---|---|
| มะม่วง | 650-700 มิลลิลิตร | น้ำ 60-80 ลิตร | 1 ไร่ | วัชพืชประเภทใบแคบ เช่น หญ้านกสีชมพู หญ้ารังนก และหญ้าตีนติด และวัชพืชประเภทใบกว้าง เช่น ตีนตุ๊กแก หญ้ายาง และผักปลาบ — ใช้หลังวัชพืชงอก (post-emergence) |
| มะม่วง | 165-175 มิลลิลิตร | น้ำ 15-20 ลิตร | 1 งาน | วัชพืชชุดเดียวกัน — ใช้หลังวัชพืชงอก (post-emergence) |
พ่นระหว่างแถวมะม่วง ขณะวัชพืชมีความสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร
อ่านอัตราให้ถูกหน่วย: สินค้าตัวนี้คิดอัตราต่อพื้นที่ ไม่ใช่ต่อถัง — 1 ไร่ = 4 งาน · ถ้าพ่นด้วยถัง 20 ลิตร ให้ยึดแถว “1 งาน” ในตาราง
1 หน่วยบรรจุ (4 ลิตร) ใช้ได้ประมาณเท่าไหร่
มะม่วง ที่ 650-700 มล. ต่อไร่: 5.7-6.2 ไร่
คำนวณจากอัตราในตารางด้านบนโดยตรง — ยังไม่เผื่อการพ่นซ้ำ และสารที่เหลือค้างในถัง ควรซื้อเผื่อไว้
ใช้ให้ได้ผล
- เหมาะที่สุด: วัชพืชกำลังเจริญเติบโต ไม่แห้งแล้ง พ่นช่วงเช้า–เย็น
- ไม่แนะนำ: พ่นช่วงฝนกำลังตก หรือมีลมแรง
ข้อควรระวัง
- สวมถุงมือ แว่นตา และหน้ากากขณะผสมและพ่น
- ระวัง drift ไปถูกพืชผล — อย่าพ่นขณะลมแรง
- สลายตัวได้เร็วในดิน — ปลอดภัยกว่าพาราควอตแต่ยังต้องระมัดระวัง
- ห้ามปล่อยสารลงแหล่งน้ำสาธารณะ
