-
แบรนด์
-
ประเภทสูตร
-
การบรรจุหีบห่อ
-350.00 ฿
/ขวด
ถามราคายกลัง / ของมีไหม → ทัก LINE
ไดฟีโนโคนาโซล — สารไตรอะโซลกำจัดเชื้อราระบบ ป้องกันและรักษา
กันดื้อยา: ไดฟีโนโคนาโซล — FRAC กลุ่ม 3 (เสี่ยงดื้อยาปานกลาง) · สลับไปใช้ยาต่างกลุ่มเมื่อพ่นซ้ำ
ออกฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ Ergosterol ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์เชื้อรา ทำให้เชื้อรายับยั้งการเจริญและตาย เป็นสารระบบ (systemic) ดูดซึมผ่านใบและลำเลียงในพืช มีฤทธิ์ทั้งป้องกัน (preventive) และรักษา (curative) ออกฤทธิ์กว้างครอบคลุมเชื้อรากลุ่ม Ascomycetes, Basidiomycetes และ Deuteromycetes
โรคที่ป้องกันและรักษาได้
- ข้าว: โรคไหม้ใบ (Leaf blast), โรคเมล็ดด่าง
- ข้าวโพด: ราสนิม (Rust), ราเขม่า (Smut)
- ผัก/แตง: โรคใบจุด, โรคราแป้ง, โรคแอนแทรคโนส
- ไม้ผล: โรคแอนแทรคโนส, โรคใบจุด, โรคดอกเน่า
- องุ่น/กุหลาบ: โรคราดำ (Black rot), ราแป้ง
พืชที่ใช้ได้
หอมหัวใหญ่ | องุ่น | กระเทียม | กะหล่ำปลี / กุหลาบ | ถั่วลันเตา, ถั่วฝักยาว | อะทุ่ง / สตรอเบอร์รี่ | หอมแบ่ง | ข้าว | ข้าวโพด | ผักทุกชนิด | แตงกวา | มะม่วง | มะเขือเทศ | พริก | ไม้ผลทั่วไป
อัตราผสมและการใช้
| พืช | อัตราสาร ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ถัง) | น้ำที่ใช้ต่อไร่ | ใช้กับ |
|---|---|---|---|
| หอมหัวใหญ่ | 15 มิลลิลิตร | — | โรคแอนแทรคโนส (anthracnose) จากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides |
| องุ่น | 10 มิลลิลิตร | — | โรคสแคป (scab) จากเชื้อรา Sphaceloma ampelinum |
| กระเทียม | 15 มิลลิลิตร | — | |
| กะหล่ำปลี / กุหลาบ | 5–10 มิลลิลิตร | — | |
| ถั่วลันเตา, ถั่วฝักยาว | 20 มิลลิลิตร | — | |
| อะทุ่ง / สตรอเบอร์รี่ | 10 มิลลิลิตร | — |
เริ่มพ่นเมื่อพบการระบาดของโรค และพ่นซ้ำทุก 7 วัน
อ่านอัตราให้ถูกหน่วย: ตัวเลขในตารางคือปริมาณสารต่อน้ำ 1 ถัง (20 ลิตร) ไม่ใช่ต่อไร่ — พ่น 1 ไร่ ใช้น้ำหลายถัง
1 หน่วยบรรจุ (250 มล.) ใช้ได้ประมาณเท่าไหร่
หอมหัวใหญ่ ที่ 15 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ถัง): 17 ถัง
องุ่น ที่ 10 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ถัง): 25 ถัง
คำนวณจากอัตราในตารางด้านบนโดยตรง — ยังไม่เผื่อการพ่นซ้ำ และสารที่เหลือค้างในถัง ควรซื้อเผื่อไว้
ใช้ให้ได้ผล
- ยากันราแบบดูดซึม — ซึมเข้าใบ/ต้น คุมเชื้อที่เริ่มลุกลามได้ (ไม่ใช่แค่ป้องกัน) ฝนชะออกยาก อยู่ได้นาน · ควรสลับกลุ่มยากันเชื้อดื้อ
- เหมาะที่สุด: พ่นก่อนโรคระบาด ช่วงอากาศชื้น หรือเมื่อเริ่มพบโรคระยะแรก
- ไม่แนะนำ: รอให้โรคลามรุนแรงแล้วจึงพ่น — ต้นทุนสูงและประสิทธิภาพต่ำ
ข้อควรระวัง
- หมุนเวียนกับสารกลุ่มอื่น (non-DMI) ทุก 2–3 ครั้งเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
- สวมถุงมือ แว่นตา ขณะผสมและพ่น
- เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ ห้ามปล่อยน้ำลงแหล่งน้ำ
- เก็บในที่เย็น แห้ง ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง
